ความอดทน

posted on 27 Apr 2009 05:10 by burin13  in BuriN-Talk
สวัสดีค่ะพ่อแม่พี่น้อง เฮ้อ ห่างหายจากงานเขียนไปนานมากๆๆๆๆ มัวแต่ไปทำภาระกิจกู้ชาติอยู่ (ไม่ได้ไปประท้วงกะเค้านะ อย่าเข้าใจผิดกันเน้อ อิอิ)
พอดีว่ากำลังเคลียดกับเรื่องบางเรื่องอยู่อย่างแรง แต่ว่าไปอ่านเจอประโยคเด็ดเข้าประโยคนึง ทำให้อึ้งไปได้ชั่วขณะเลย เพราะมันโดนอย่างแรง ได้อ่านประโยคนี้แล้วเราก็ฮึดสู้ขึ้นมาได้อีกหน่อย

"หญ้าแม้เป็นพืชต้นเล็กๆ แต่เพราะมีความทนทรหด จึงสามารถแพร่พันธุ์ไปได้ทั่วโลกฉันใด คนเราแม้กำลังทรัพย์ กำลังความรู้ ความสามารถจะยังน้อย แต่ถ้ามีความอดทนแล้ว ย่อมสามารถฝึกฝนตนเอง ให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตได้ฉันนั้น"

อืมมม คงต้องอดทนมากขึ้นอีกนิด มานะขึ้นอีกเยอะๆ หน่อย จะได้ไม่ทำให้คนอื่นผิดหวัง
มาว่ากันด้วยเรื่องของความอดทนซักเล็กน้อยนะคะ


ความอดทนคืออะไร ?

          ความอดทน มาจากคำว่า ขันติ หมายถึง การรักษาปกติภาวะของตนไว้ได้ ไม่ว่าจะถูกกระทบกระทั่งด้วยสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนา หรือไม่พึงปรารถนาก็ตาม มีความมั่นคงหนักแน่นเหมือนแผ่นดิน ซึ่งไม่หวั่นไหว ไม่ว่าจะมีคนเทอะไรลงไป ของเสีย ของหอม ของสกปรกหรือของดีงามก็ตาม

งานทุกชิ้นในโลกไม่ว่าจะเป็นงานเล็กงานใหญ่ ที่สำเร็จขึ้นมาได้นอกจากจะอาศัยปัญญาเป็นตัวนำแล้ว ล้วนต้องอาศัยคุณธรรมอันหนึ่งเป็นพื้นฐานจึงสำเร็จได้ คุณธรรมอันนั้นคือ ขันติ  ถ้าขาดขันติเสียแล้ว จะไม่มีงานชิ้นใดสำเร็จได้เลย เพราะขันติเป็นคุณธรราสำหรับทั้งต่อต้านความท้อถอยหดหู่ ขับเคลื่อนเร่งเร้าให้เกิดความขยัน และทำให้เห็นอุปสรรคต่างๆ เป็นเครื่องท้าทายความสามารถ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า ความสำเร็จของงานทุกชิ้น ทั้งทางโลกและทางธรรม คืออนุสาวรีย์ของขันติทั้งสิ้น

โดยเหตุนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “ยกเว้นปัญญาแล้ว เราสรรเสริญว่าขันติเป็นคุณธรรมอย่างยิ่ง”

ลักษณะความอดทนที่ถูกต้อง

๑.  มีความอดกลั้น คือ เมื่อถูกคนพาลด่า ก็ทำราวกับว่าไม่ได้ยิน ทำหูเหมือนหูกระทะ เมื่อเห็นอาการยั่วยุ ก็ทำราวกับว่าไม่ได้เห็น ทำตาเหมือนตาไม้ไผ่ ไม่สนใจใยดี ไม่ปล่อยใจให้เศร้าหมองไปด้วย ใส่ใจ สนใจ แต่ในเรื่องที่จะทำความเจริญให้แก่ตนเอง เช่น เจริญศีล สมาธิ ปัญญาให้ยิ่งๆ ขึ้นไป

๒.  เป็นผู้ไม่ดุร้าย คือ สามารถข่มความโกรธไว้ได้ ไม่โกรธ ไม่ทำร้ายทำอันตรายด้วยอำนาจแห่งความโกธนั้น ผู้ที่โกรธง่ายแสดงว่ายังขาดความอดทน มีคำตรัสของท้าวสักกะ เป็นข้อเตือนใจอยู่ว่า “ผู้ใดโกรธตอบผู้ที่โกรธก่อนแล้ว ผู้นั้นกลับเป็นคนเลวกว่า ผู้ที่โกรธก่อน ผู้ที่ไม่โกรธต่อบุคคลผู้กำลังโกรธอยู่ ย่อมชื่อว่า เป็นผู้ชนะสงครามอันชนะได้ยากยิ่ง” 

๓.  ไม่ปลูกน้ำตาให้แก่ใครๆ คือ ไม่ก่อทุกข์ให้แก่ผู้อื่น ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือเจ็บแค้นใจจนน้ำตาไหลด้วยอำนาจความเกรี้ยวกราดของเรา

๔.  มีใจเบิกบานแจ่มใสอยู่เป็นนิตย์ คือ มีปีติอิ่มเอิบใจเสมอๆ ไม่พยาบาท ไม่โทษฟ้า โทษฝน โทษเทวดา โทษโชคชะตา หรือโทษใครๆ ทั้งนั้น พยายามอดทนทำการงานทุกอย่างด้วยใจเบิกบาน
 ลักษณะความอดทนนั้น โบราณท่านสอนลูกหลานไว้ย่อๆ ว่า “ปิดหูซ้ายขวา ปิดตาสองข้าง ปิดปากเสียบ้าง นอนนั่งสบาย”  คนบางคนขี้เกียจทำงาน บางคนขี้เกียจเรียนหนังสือ บางคนเกะกะเกเร พอมีผู้ว่ากล่าวตักเตือนก็เฉยเสีย แล้วบอกว่าตนเองกำลังบำเพ็ญขันติบารมี อย่างนี้เป็นการเข้าใจผิด ตีความหมายของขันติผิดไป ขันติไม่ได้หมายถึงการตกอยู่ในสภาพใดก็ทนอยู่อย่างนั้น
 “พวกที่จน ก็ทนจนต่อไป ไม่ขวนขวายทำมาหากิน จัดเป็นพวกตายด้าน”
 “พวกที่โง่ ก็ทนโง่ไป ใครสอนให้ก็ไม่เอา จัดเป็นพวก ดื้อด้าน”
 “พวกที่ชั่ว แล้วก็ชั่วอีก ใครห้ามก็ไม่ฟัง จัดเป็นพวก ดื้อดึง”
 
ลักษณะที่สำคัญยิ่งของขันติ คือ ตลอดเวลาที่อดทนอยู่นั้น จะต้องมีใจผ่องใส ไม่เศร้าหมอง

เราสรุปลักษณะของขันติโดยย่อ ได้ดังนี้

     ๑.  อดทนถอนตัวหรือหลีกเลี่ยงจากความชั่วให้ได้
     ๒.  อดทนทำความดีต่อไป
     ๓.  อดทนรักษาใจไว้ไม่ให้เศร้าหมอง

 
ที่มา : http://mongkhol.cjb.net

เมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้วได้รับ FW Mail ฉบับนึงมาจากเพื่อน เป็น Presentation งานแต่งงาน ของคู่รักคู่นึง อ่านเมล์ไปก็น้ำตาไหลไป ซึ้งมากๆ เลย ประจวบเหมาะกับวันนี้ที่เป็น "วันแห่งความรัก" เลยเอามาให้ดูกันต้อนรับ Valentine ซะเลย

เพื่อนๆ บางคนอาจจะเคยดูมาแล้ว สำหรับใครที่ยังไม่เคยดูขอแนะนำให้ดูเลยค่ะ คนที่ทำนี่ทำออกมาได้ดีมากเลยล่ะ


Wedding Presentation :

ขอแนะนำว่าต้องดูตั้งแต่ต้นจนจบนะ  


เนื้อเรื่อง : 

เนื้อเรื่องเริ่มต้นขึ้นที่ ชีวิตวัยเด็กของหญิงชายที่เป็นคู่รักกัน พระเอก (เอ็ม) และ นางเอก (ริน) รักกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย รูปถ่ายแต่ละใบจะบอกเรื่องราวความเป็นมาของคนทั้งคู่ ตั้งแต่วัยเด็ก วัยเรียน จนถึงวัยทำงาน ภาพถ่ายจะแสดงความหวาน ความเอาใจใส่ ความห่วงใยที่ทั้งคู่มีให้ ซึ่งกันและกัน ทั้งคู่ใช้เวลาศึกษาดูใจกัน มอบความรักความห่วงใยให้กันมาตลอด จนวันหนึ่งทั้งคู่ตกลงที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน จึงวางแผนแต่งงานกัน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ณ ตอนที่ทั้งคู่กำลังทำ Wedding Presentation ได้กลายเป็นจุดหักเหของเรื่อง ขณะที่ถ่ายทำ Music Video กันอยู่ เอ็มขี่จักรยาน มีรินนั่งซ้อนท้าย ในชุดเจ้าบ่าว-เจ้าสาว เอ็มซึ่งหน้าตาร่าเริงสุดขีด ดูมีความสุขกับการที่จะได้แต่งงาน ส่วนริน ได้แต่หน้าตาบูดบึ้ง เอาแต่บ่นๆๆ แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น ทำให้จักรยานล้ม รินกระโดดลงมาทัน และโวยวายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง โดยไม่ได้ห่วงเอ็ม ขณะที่เอ็มได้รับบาดเจ็บ ล้มนอนอยู่นั้น มีหญิงสาวคนนึงวิ่งเข้ามาและถามเอ็มด้วยความเป็นห่วง ว่าเป็นอะไรมากไหม 

ใน Wedding Presentation ภาพได้ตัดกลับไปเป็น ภาพถ่ายคู่ ของเอ็มและริน ในชุดเจ้าบ่าว เจ้าสาว นั่งอยู่กลางสวนที่ดูหวานซึ้งโรแมนติก ที่กลายเป็นภาพขาวดำ และถูกแทนที่ด้วย ภาพเอ็มในชุดเจ้าบ่าวแบบสบายๆ และเจ้าสาวอีกคนหนึ่งยิ้มให้กล้องอย่างมีความสุขบนรถตุ๊กๆ กลับกลายเป็นว่า เอ็มแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนที่ไม่ใช่ริน

ต่อจากนั้นเป็นการเฉลยเรื่องราวทั้งหมดทีละมุมๆ โดยจิ๊กซอว์แต่ละชิ้นจะต่อกันเพื่อเฉลยถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ในภาพแต่ละใบที่แสดงในช่วงแรกของเรื่อง

          ภาพเอ็มและรินถ่ายคู่กันที่อัฒจรรย์ข้างสนามบาส หญิงสาวคนหนึ่งอยู่ในเฟรมนั้นด้วย

          ภาพเอ็มและรินขณะที่รินกำลังถือแก้วน้ำให้เอ็มอยู่ ความจริงเป็นมือของหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ถือแก้วน้ำให้เอ็ม

          ภาพเอ็มและรินถ่ายคู่กันข้างสนามบาส หญิงสาวคนหนึ่งกำลังสูบลมลูกบาสอยู่ข้างๆเอ็ม

ภาพเริ่มเฉลยว่าหญิงสาวอีกคนหนึ่ง (โม) คือเพื่อนสนิทของทั้งคู่ ภาพแต่ละใบถูกเปิดเผยว่า โม ได้มีส่วนร่วมกับภาพทุกใบ หรือในอีกแง่หนึ่งคือ โม มีส่วนร่วมกับชีวิตของคนทั้งคู่ในทุกช่วงเวลาที่หวานและโรแมนติกของเอ็มและริน

ภาพได้เฉลยต่อว่า โมนั่นเองที่เป็นคนดูแล เอาใจใส่เอ็มมาโดยตลอด  โมมีความรักให้กับเอ็ม โดยที่ปิดบังความรู้สึกของตัวเองไว้ แต่ความรู้สึกดีๆที่เกิดขึ้นในใจของโม ก็ใช้มันมาดูแลเพื่อนสนิททั้งสองคน จนถึงวันที่เอ็มและรินจะแต่งงานกัน โมก็คอยช่วยเหลือทุกอย่าง เพียงแค่เพื่อให้คนที่ตัวเองรักมีความสุข

หลังจากเฉลยความเป็นมาทั้งหมด ริน ได้อัดวีดิโอที่ถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเองในห้องดนตรี ด้วยเสียงที่เศร้า พูดตัดพ้อโม และการกระทำของโม แต่ก็เข้าใจว่า สิ่งที่โมทำคือดูแลรินและเอ็มมาโดยตลอด และพูดกับเอ็ม อดีตคนรักว่า เอ็มเลือกถูกแล้ว รินพูดด้วยเสียงสั่นเครือ ขณะที่น้ำตาของรินกำลังจะไหลออกมา เธอก็หยุดพูด...

และเธอก็ยิ้มออกมาแสดงความยินดี และขอบคุณเพื่อนทั้งสองคนที่ได้ทำให้เธอรู้จักกับคำว่ารักมากขึ้น เธอจึงมอบของขวัญให้เพื่อนที่รักมากที่สุดทั้งสองคน นั่นคือ Presentation ที่ได้เล่ามาทั้งหมด รินเป็นคนทำมันขึ้นมาเองพร้อมกับ เล่นเปียโนประกอบ Presentation

สิ่งที่ต้องการบอกกับคนดูคือ "บางสิ่งที่ใช่ อาจไม่ใช่เสมอไป" ความรักไม่อาจจะกำหนดได้ กาลเวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ เราเท่านั้นที่จะรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ใช่


ส่งท้าย :

จริงๆ แล้ว Presentaton ชุดนี้เป็นโฆษณาของทาง AIS ที่ทำออกมาในรูปแบบของ Wedding Presentation ซึ่งก็ได้รับผลในทาง Viral VDO ในระดับนึงเลยทีเดียว

แต่เราเชื่อว่าเรื่องราวแบบของ เอ็ม ริน และ โม คงจะเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับใครหลายๆ คนอยู่ไม่น้อยเลยหละ (เราคนนึงหละที่เคย และกำลังเจอสถานการณ์แบบ 1 ใน 3 คนนั้น)

ยังไงก็ "เลือกสิ่งที่ใช่ ให้กับตัวคุณ" นะคะ

Happy Valentine Day And Every Day....... ความรักอยู่รอบตัวคุณเสมอ......